เมนู

01 ตุลาคม 2558

เมื่อคุณลูกมีไข้ดูแลอย่างไรดี



                                             เมื่อคุณลูกมีไข้ดูแลอย่างไรดี                                                                             (ตอน อุณหภูมิแค่ไหน ถึงเรียกว่ามีไข้กันนะ)


    ช่วงนี้เป็นช่วงสอบปลายภาคของคุณลูกๆ แถมอากาศก็เดี๋ยวฝนตกเดี๋ยวแดดออก มนุษย์แม่หลายๆคน
นอกจากจะกังวลกับการสอบของคุณลูกๆแล้ว ยังต้องเป็นห่วงว่าคุณลูกๆจะไม่สบายกันหรือเปล่า บางครั้งเราดูแลเราระวังเป็นอย่างดีแล้ว คุณลูกๆ ก็ไม่วายที่จะมีไข้ขึ้นมาซะงั้น วันนี้เลยขอมาแชร์ความรู้วิธีดูแลคุณลูกยามที่มีไข้กันค่ะ

      อาการตัวร้อนเป็นไข้ คือ การที่อุณหภูมิในร่างกายเปลี่ยนแปลงสูงกว่าปกติ ซึ่งเป็นเหมือนสัญญาณบอกว่าระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายกำลังทำงานตามหน้าที่ เพื่อต่อสู้กับเชื้อโรคบางอย่างที่บุกรุกเข้าสู่ร่างกาย เช่น แบคทีเรียหรือไวรัส โดยที่ร่างกายจะไปกระตุ้นการผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาวและภูมิคุ้มกันอื่น ๆ เพื่อทำลายเชื้อโรค ทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น


            การแบ่งระดับไข้ตามค่าอุณหภูมิ

                    - ค่าอุณหภูมิปกติของเด็กปกติจะอยู่ระหว่าง         36.7 - 37.5   องศาเซลเซียส
                    - มีไข้ต่ำๆ          ถ้าอุณหภูมิที่วัดได้อยู่ระหว่าง     37.6 – 38.4   องศาเซลเซียส
                    - มีไข้ปานกลาง ถ้าอุณหภูมิที่วัดได้อยู่ระหว่าง      38.5 - 39.4   องศาเซลเซียส
                    - มีไข้สูง            ถ้าอุณหภูมิที่วัดได้อยู่ระหว่าง      39.5 - 40.5   องศาเซลเซียส
                    - มีไข้สูงมาก      ถ้าอุณหภูมิที่วัดได้อยู่ระหว่าง                40.5   องศาเซลเซียสขึ้นไป

      แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าคุณลูกมีไข้หรือเปล่า วัดโดยการเอาแค่มือแตะหน้าผากคุณลูกก็คงไม่มีตัวเลขมาบอกค่าอุณหภูมิว่าลูกมีไข้สูงต่ำยังไง สมัยนี้อุปกรณ์วัดไข้หาซื้อได้ง่ายตามร้านขายยาและอุปกรณ์การแพทย์ทั่วไป มนุษย์แม่ควรซื้อติดไว้ที่บ้านเผื่อเวลาคุณลูกๆมีไข้ไม่สบายจะได้ใช้วัดอุณหภูมิเป็นการประเมินอาการคุณลูกก่อนไปพบแพทย์ จะแบบไหนยังไง เราเอาข้อมูลมาฝากกันค่ะ ลองเลือกดูจากความจำเป็นและถนัดของเรานะคะ                        
ที่วัดอุณหภูมิ


       1. แถบวัดอุณหภูมิ เป็นแผ่นพลาสติกขนาดเล็กที่มีแถบสารที่ไวต่อความร้อนติดอยู่ มีตัวเลขบอกระดับอุณหภูมิเพียงเอาแผ่นนั้นมาวางทาบบนหน้าผากคุณลูกโดยหันด้านที่มีตัวเลขออกมา ทิ้งไว้ประมาณ 15 วินาที อ่านค่าได้ทันทีหลังแถบสีตัวเลขหยุดนิ่ง (เป็นวิธีบอกค่าได้คร่าวๆ ไม่ค่อยแม่นยำนักแต่นำมาใช้ในบ้านก็สะดวกดี)


      2. ปรอทวัดไข้ทางรักแร้ เหมาะสำหรับคุณลูกวัย 3 เดือนขึ้นไป วิธีวัดไข้ทางรักแร้ทำได้โดยยกแขนลูกข้างใดข้างหนึ่งขึ้นวางเทอร์โมมิเตอร์ให้กระเปาะปรอทอยู่ตรงรักแร้จับแขนลูกลงให้หนีบเทอร์โมมิเตอร์ไว้ราว 5 นาทีค่อยเอาออกมาดู คอยระวังตำแหน่งที่วางกระเปาะปรอทให้อยู่ตรงกลางรักแร้เสมอ เพื่อจะได้ค่าอุณหภูมิที่ถูกต้อง (ค่าที่ได้จากการวัดไข้ทางรักแร้ จะต่ำกว่าอุณหภูมิของร่างกายจริงประมาณ 0.6 องศาเซลเซียส เพราะฉะนั้นเมื่อได้ค่าที่วัดแล้วอย่าลืมบวกเพิ่มไปอีก 0.6 ด้วยนะคะ เช่น ถ้าวัดค่าได้ 37.4 องศาเซลเซียส บวกกับ 0.6 ก็จะได้เท่ากับ 38 องศาเซลเซียส แสดงว่าคุณลูกมีไข้ต่ำๆ)


ที่วัดอุณหภูมิ

      3. เครื่องวัดอุณหภูมิทางหูแบบดิจิตอล เป็นการวัดอุณหภูมิของร่างกายได้ค่าคลาดเคลื่อนน้อยที่สุดเพราะในช่องหูใช้การจ่ายเลือดส่วนเดียวกับศูนย์ควบคุมอุณหภูมิของร่างกายในสมอง(ไฮโปธาลามัส) ซึ่งจะสะท้อนการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของร่างกายได้เร็ว และใกล้เคียงความเป็นจริงกว่าจุดอื่นๆ เครื่องนี้ทั้งใช้ง่าย สะดวก รวดเร็ว และแม่นยำ สามารถทำใช้ได้แม้กระทั่งตอนคุณลูกๆกำลังหลับ โดยสอดปลายเครื่องวัดอุณหภูมิไว้ในรูหูเพียงครู่เดียว เครื่องก็จะวัดอุณหภูมิของคุณลูกให้คุณทราบได้ทันที

 (***ไม่แนะนำให้วัดปรอททางปากในเด็กอายุต่ำกว่า 4 ปี เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการกัดปรอท)

   ลองเลือกซื้อมาใช้ที่ถูกใจโดนใจสะดวกกับเงินในกระเป๋าของมนุษย์แม่กันนะคะ
   คราวหน้าจะมาแชร์วิธีเช็ดตัวลดไข้ให้คุณลูกๆกันค่ะ








ไม่มีความคิดเห็น :

แสดงความคิดเห็น