ว่าด้วยเรื่องการนอน
แค่นอนไม่พอ... ก็มีผลเสีย
แน่นอนว่าจำนวนชั่วโมงที่พอเหมาะพอดีของแต่ละคนย่อมไม่เท่ากัน นักวิทยาศาสตร์อย่างลีโอนาโด ดาวินชี ใช้เวลาเกือบครึ่งชีวิตไปกับการนอน ไอน์สไตน์ก็เช่นเดียวกัน เขางีบหลับระหว่างวัน โดยจะงีบประมาณ 15 นาที ทุกๆ 4 ชม. ดร.จอห์นสัน นักเขียนพจนานุกรมผู้ยิ่งใหญ่แทบจะไม่เคยตื่นก่อนเที่ยงเลย และในปัจจุบันมีหลายงานวิจัยสรุปออกมาว่า 7 ชั่วโมงคือจำนวนชั่วโมงการนอนที่เหมาะสมที่สุด(ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยชั่วโมงการนอนของผู้ใหญ่นะคะ ไม่เกี่ยวกับชั่วโมงการนอนของทารกหรือเด็กเล็กๆ) แล้วเราควรนอนกันสักกี่ชั่วโมงถึงจะพอเหมาะพอดี เอาเป็นว่าจำนวนชั่วโมงที่นอนขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพการนอนของแต่ละคน(ไม่ถูกรบกวนขณะนอนหลับ,หลับได้สนิท) ซึ่งอาจนอนหลับเพียงไม่กี่ชั่วโมงแต่ตื่นมาแล้วรู้สึกสดชื่นนั่นก็ถือว่าคุณได้พักผ่อนเพียงพอแล้ว
แล้วทำไมเรานอนน้อยๆหรือไม่นอนเลยไม่ได้ มนุษย์แม่ขอสรุปดังนี้ค่ะ
เพราะขณะที่คุณกำลังหลับ เซลล์สมองยังไม่หลับหรือพักนะคะ เซลล์สมองยังคงทำหน้าที่กำจัดของเสียที่เราสะสมไว้ช่วงที่เราตื่น ซึ่งของเสียดังกล่าวมีสารพิษที่ทำให้เป็นโรคอัลไซเมอร์ โรคทางสมองโรคทางประสาทอื่นๆ ได้ ยิ่งคนที่นอนน้อยติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ ก็จะยิ่งมีความเสี่ยงในการเป็นโรคอัลไซเมอร์ โรคหัวใจ และยังเสี่ยงต่อการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กถ้าพักผ่อนนอนหลับได้เพียงพอ จะช่วยให้ร่างกายมีภูมิต้านทานดี ช่วยในเรื่องของระบบประสาทมีผลต่อระบบความจำ มีผลต่อการสร้างโกรว์ทฮอร์โมนช่วยเรื่องความสูง และลดการมีภาวะของสมาธิสั้นอีกด้วย
เพราะฉะนั้นก็คงพอสรุปได้ว่า...นอนเยอะนอนน้อยไม่สำคัญเท่าการนอนของคุณมีประสิทธิภาพแค่ไหน
วันนี้คุณพักผ่อนเพียงพอแล้วหรือยังคะ ^_^



ไม่มีความคิดเห็น :
แสดงความคิดเห็น