สูตรกิมจิ
วันนี้มนุษย์แม่ขอชวนเข้าครัวมาลองทำกิมจิกันค่ะ ด้วยความที่แอบงก เวลาซื้อกิมจิสำเร็จรูปมาทานราคากับปริมาณที่ได้ทำให้เกิดแรงฮึดลุกมาทำกิมจิดู ก็เหมือนกับมนุษย์แม่หลายๆท่านที่เวลาทำกับข้าวทีก็ต้องหาสูตรโดยการ search จากในเน็ต อ่านมาหลายๆสูตร แอบท้อใจว่าเครื่องปรุงอะไรจะวุ่นวายขนาดนั้นนะ และในที่สุดก็เจอสูตรที่ง่ายสุดๆ เครื่องปรุงก็ไม่ยุ่งยาก ลองทำแล้วรสชาติดีงาม สูตรกิมจิที่ว่านั้นคือสูตรของคุณ Kibangkok แห่งบล็อก oknation ค่ะ (ส่วนผสมที่ให้ในบล็อกนี้ดัดแปลงสูตรมาอีกทีนะคะ ส่วนผสมอาจไม่เท่ากับสูตรเดิม)
สูตรกิมจิ
ส่วนผสมผัดกาดขาว 2 หัวใหญ่
หัวไชเท้า 1 หัว
แครอท 1 หัว
เกลือ 5 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาล 3 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมสดบด 2 ช้อนโต๊ะ
ขิงสดบด 2 ช้อนโต๊ะ
ต้นหอมสด 1 ต้น
พริกป่นเกาหลี
***ส่วนผสมลองๆกะปริมาณเอาก็ได้นะคะ ลองชิมปรับรสชาติที่ถูกปากกันดูค่ะ (ส่วนตัวก็กะๆเอาค่ะ ไม่เคยเป๊ะตามสูตรสักที)
วิธีทำ
1. ล้างผัก หั่นผักเป็นชิ้นขนาดพอคำ (พอคำ คือขนาดไหนกันเนอะ เห็นชอบใช้คำนี้กันจัง ในที่นี้เอาเป็นขนาดที่คาดว่าเมื่อเสร็จสิ้นทุกขบวนการจนจะเอาเข้าปาก ขนาดชิ้นผักพอเหมาะที่คุณๆจะไม่อ้าปากกว้างจนเกินงามนั่นแหละคร่าาา) ผักกาดขาวอาจหั่นยาวสัก 1.5-2 นิ้ว ส่วนแครอท, หัวไชเท้าก็หั่นบางพอสมควร
2. จากนั้นนำผักที่หั่นเสร็จแล้วเอาเกลือโรย ใส่น้ำลงไปเคล้าให้เข้ากัน ตั้งทิ้งไว้สัก 4-5 ชั่วโมง เกลือจะทำให้น้ำในผักออกมา ผักจะเริ่มสลด(เหี่ยวลง) นำผักไปล้างน้ำสัก 2-3 ครั้งแล้วบีบผักเอาน้ำออก (แนะนำว่า ต้องลองชิมผักทุกครั้ง ถ้าเค็มไปให้ล้างน้ำซ้ำ อย่าให้เค็มเกินไปเผื่อรสชาติไว้เวลาที่เราต้องปรุงรสด้วยนะคะ)
3. เตรียมเครื่องปรุงรส ได้แก่ กระเทียมสดบด, ขิงสดบด (กระเทียมและขิง หั่นแล้วสับละเอียดก็ได้นะคะถ้าไม่มีเครื่องบด), ต้นหอมหั่นยาว 1 นิ้ว, พริกป่นเกาหลี นำเครื่องปรุงรสไปคลุกเคล้ากับผักที่เตรียมไว้ ปรุงรสชาติด้วยน้ำตาลและน้ำปลาตามชอบ
***ถ้าชอบรสเปรี้ยว ให้เติมน้ำตาลเพราะจะทำให้เกิดการหมัก
***ถ้าชอบเค็ม ให้เติมน้ำปลาลงไป เติมทีละน้อยๆนะคะ ค่อยๆลองชิมปรับรสชาติ
4. เมื่อชิมรสชาติได้ถูกใจแล้ว เอาไปใส่ในกล่องพลาสติกมีฝาปิดแช่เย็นไว้สัก 1 วัน รอให้ผักเริ่มเปรี้ยว ก็ทานได้แล้วค่ะ
***กิมจิสุตรนี้แช่ตู้เย็นเก็บไว้ทานได้ 1- 2 อาทิตย์
***ตามเข้าไปอ่านสูตรทำแกงกิมจิกันได้ที่...สูตรแกงกิมจิ ค่ะ
เข้าไปอ่านสูตรพร้อมภาพประกอบแบบเต็มๆได้ที่บล็อกคุณ Kibangkok นะคะ
http://www.oknation.net/blog/thaithai/2009/01/26/entry-1

ไม่มีความคิดเห็น :
แสดงความคิดเห็น