เมนู

13 พฤศจิกายน 2558

ยาต้องห้ามทาน เมื่อยามตั้งครรภ์



ยาห้ามทานช่วงท้อง


ยาต้องห้ามทาน เมื่อยามท้อง


    มนุษย์แม่ที่กำลังตั้งครรภ์อยู่อาจมีเรื่องวิตกกังวลหลายๆเรื่องหลายๆอย่าง หนึ่งในนั้นก็คงไม่พ้นเรื่องการทานยาเวลาเจ็บป่วยในช่วงที่ตั้งครรภ์อยู่ว่าจะส่งผลเสียกับคุณลูกในท้องอย่างไรบ้าง? จะใช้ยาตัวไหนดีถึงจะปลอดภัย? แน่นอนว่ายาบางตัวนอกจากมีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของคุณลูกที่อยู่ในครรภ์แล้ว ยังส่งผลในระยะยาวถึงช่วงหลังคลอดกันเลยทีเดียว มนุษย์แม่เลยขอแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับ "ยาต้องห้ามทาน เมื่อยามตั้งครรภ์" เผื่อจะเป็นประโยชน์กับมนุษย์แม่ที่อยู่ในช่วงตั้งครรภ์บ้าง อยากให้ลองมาดูเข้ามาอ่านและเช็คชื่อยากันก่อนจะทานเข้าไปเพราะขึ้นชื่อว่ายาย่อมมีผลในการรักษาและ side effect ที่จะตามมาแน่นอนไม่มากก็น้อย ยาต้องห้ามที่ว่ามีรายการตามนี้เลยค่ะ


ยาที่ไม่ควรทานช่วงตั้งครรภ์


ยาห้ามทานช่วงท้อง


 1. กลุ่มยาปฏิชีวะและยาแก้อักเสบ

       Tetracyclin (เตตร้าซัยคลิน)  
       มีผลต่อการสร้างกระดูกและฟันของทารก ส่งผลในระยะยาว สีฟันของเด็กที่ได้รับยาตั้งแต่ช่วงที่อยู่ในครรภ์จะมีสีเหลือง
       จนถึงสีน้ำตาลดำ (แล้วแต่ปริมาณยาที่ได้รับ)
       Sulfa (ซัลฟา) 
       ไม่ควรใช้ยาช่วง 2-3 สัปดาห์ก่อนคลอด อาจจะทำให้ทารกคลอดออกมาแล้วตัวเหลือง
       Chloramphenicol (คลอแรมเฟนิคอล) 
       กดการทำงานของไขกระดูกที่สร้างเม็ดเลือด ทำให้เลือดจาง ด็กที่เกิดมาจะตัวเขียว (Gray syndrome) ซีด ท้องป่อง 
       อาจช็อกและถึงขั้นเสียชีวิตได้
       Streptomycin (สเตรปโตมัยซิน)  
       อาจจะทำให้เด็กที่เกิดมาหูตึงหรือหูหนวก
       Chloroquine(คลอโรควิน) และ Quinine (ควินิน) 
       ยารักษาโรคมาลาเรียหรือไข้จับสั่น อาจจะทำให้แท้งบุตร
       
      

 2. ยาแก้ปวด ลดไข้

     Aspirin(แอสไพริน)  
     กรณีที่ได้ทานยาในช่วงตั้งครรภ์อ่อนๆ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการแท้ง 5-6 เท่า 
     กรณีที่ได้ทานยาเมื่อใกล้คลอด อาจจะไปยับยั้งการทำงานของเกล็ดเลือดของทารกในครรภ์ ทำให้เลือดไหลไม่หยุด
     Ergotamine(เออร์โกตามีน) หรือยา Cafergot(คาเฟอร์กอท)  
     ซึ่งก็คือยาบรรเทาอาการปวดศีรษะไมเกรน(Migraine)นั่นเอง 
     ยากลุ่มนี้ทำให้มดลูกบีบตัว อาจจะทำให้แท้งหรือคลอดก่อนกำหนดได้


 3. ยาแก้คัน แก้แพ้

     Chlorpheniramine (คลอเฟนิรามีน)  
    ในกรณีที่ใช้ระยะเวลาสั้นๆอาจไม่ส่งผลมากนัก แต่ถ้าใช้ติดต่อกันนานๆ จะทำให้เกล็ดเลือดต่ำ ทารกที่เกิดมาอาจจะมีเลือดไหลผิดปกติ
 ***ปัจจุบันมียาแก้แพ้แก้คันออกมาใหม่หลายๆตัว ซึ่งไม่แนะนำให้ซื้อมาทานเอง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้งนะคะ


 4. ยาแก้ไขหวัด

     คุณแม่ตั้งครรภ์สามารถทานยาพาราเซตามอล เพื่อลดไข้แก้อาการไข้หวัดได้ ไม่มีอันตรายอะไร แต่ถ้าต้องใช้นานๆและต้องใช้ยาตัวอื่นร่วมเพื่อบรรเทาอาการไข้หวัด ก็ควรปรึกษาแพทย์ ไม่ควรซื้อยาชุดแก้หวัดที่ขายตามร้านขายยามาทานเอง เพราะอาจมียาแก้อักเสบและสเตียรอยด์ปนมาด้วย


 5. ยานอนหลับและยากล่อมประสาท

     ยาในกลุ่มนี้ควรให้อยู่ในดุลยพินิจของแพทย์ที่จะสั่งยาให้หรือไม่จะดีกว่านะคะ ไม่ควรซื้อมาใช้เองโดยเด็ดขาด เพราะถ้าใช้ยาในปริมาณมากๆ จนติดยา ทารกที่เกิดมาอาจจะมีอาการหายใจไม่ปกติ เคลื่อนไหวช้ามีอาการคล้ายคนติดยา ชักกระตุก นอกจากนี้อาจจะทำให้มีเลือดผิดปกติในทารก


 6. ยารักษาเบาหวาน

     ในกรณีที่คุณแม่ตั้งครรภ์เคยใช้ยารักษาหรือควบคุมเบาหวานจำพวกอินซูลินก็ยังคงใช้ได้ตามปกติ ไม่มีอันตรายอะไร แต่ถ้าเป็นชนิดกินอาจมีผลทำให้น้ำตาลในเลือดของทารกต่ำ เคยมีรายงานว่ายากลุ่มนี้ทำให้ทารกพิการ ทางที่ดีคุณแม่ควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแลอยู่ด้วยนะคะ


 7. ยากันชัก

     อาจมีผลทำให้เกิดความพิการแก่ทารก โดยทำให้มีใบหน้าผิดปกติ (จมูกบาน ตาห่าง หนังตาตก) บางชนิดอาจจะทำให้เลือดของทารกแข็งตัวช้า


 8. ยาแก้ไอ

     ถ้าเป็นยาแก้ไอชนิดที่มีไอโอดีนไม่ควรใช้เลย เพราะอาจทำให้ทารกเกิดอาการคอพอก และมีอาการผิดปกติทางสมองได้


 9. ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร

    ในยาลดกรดชนิดที่มีส่วนผสมของแมกนีเซียมไฮดรอกไซด์มาก อาจทำให้คุณแม่ท้องเสียและอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้


10. ยาแก้อาเจียนหรือยาแก้แพ้ท้อง

      ควรให้หมอเป็นผู้สั่งยา อย่าซื้อมากินเองเด็ดขาด


     อ่านมาถึงตรงนี้ คุณแม่ตั้งครรภ์หลายๆท่านคงส่ายหัว แล้วมียาอะไรยาตัวไหนที่จะทานได้เพื่อบรรเทาอาการเจ็บไข้ได้ป่วยช่วงนี้ได้บ้าง  ตามไปอ่านต่อได้ในตอนต่อไปตามลิ้งค์นี้เลยค่ะ ^_^ 
ยาที่ปลอดภัยในช่วงตั้งครรภ์











ไม่มีความคิดเห็น :

แสดงความคิดเห็น